สังคมไทยกับสื่อฯวันนี้

posted on 05 Oct 2010 13:59 by centuryboy
ในช่วงสองสามสัปดาห์มานี้เห็นทีจะต้องพูดว่า สื่อมวลชนของไทยกำลังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ ที่ไม่ทราบว่าจะเรียกว่าอย่างไร ที่พร้อมใจกันเสนอข่าวนักแสดง(ไม่อยากเรียกขานว่าดารา เพราะดูจะเป็นการยกย่องเกินไป) หนุ่มสาวคู่หนึ่ง ที่เกิดกรณีฝ่ายสาวนักแสดงเกิดตั้งท้องและคลอดบุตรออกมาโดยหาผู้เป็นพ่อไม่ได้ ทั้งๆที่เธอก็บอกว่าใครคือพ่อของลูกเธอ แต่นักแสดงชายคนนั้นก็ยังไม่ยอมรับ
กรณีนี้เป็นข่าวใหญ่ไปหมดตามสื่อต่างๆ อาทิ หนังสือพิมพ์รายวัน นิตยสารรายสัปดาห์ (โดยเฉพาะนิตยสารเกี่ยวกับดารา) ทีวี วิทยุ ฯลฯ แม้กระทั่งสื่อตามอินเตอร์เน็ต ประโคมโหมข่าวกันอย่างครึกครื้น สื่อแต่ละประเภทก็พยายามเจาะล้วงลึกเบื้องหน้าเบื้องหลังของนักแสดงคู่นี้ มาตีแผ่กันอย่างที่เรียกว่าหมดเปลือกกันทีเดียว แค่นั้นยังไม่พอ มีบุคคลอื่นๆมาร่วมวงกฐินสามัคคีวิพากษ์วิจารณ์นักแสดงคู่นี้อีก บางคนก็เป็นนักการเมืองหญิงที่มีชื่อว่าชอบพูดอะไรๆแรงๆ รวมทั้งฝ่ายมารดาของนักแสดงทั้งคู่ด้วย เรียกว่าเล่นกันเละตุ้มเป๊ะไปทีเดียว รายละเอียดท่านทั้งหลายคงทราบดีแล้ว
ที่ผมเอามาเขียนครั้งนี้มิใช่มีเจตนาที่จะร่วมวงไพบูลย์อะไรกับเขาหรอก เผอิญผมดูข่าว ทีวี ช่องหนึ่งเมื่อกลางวันนี้ว่า มีนักวิชาการและนักสื่อสารมวลชนกลุ่มหนึ่ง ได้จัดสัมมนาขึ้นมีหัวข้อว่า วันนี้เราจะปฏิรูปสื่อกันอย่างไรในสังคม โดยหยิบยกเอากรณีที่สื่อประเภทต่างๆโหมข่าวนักแสดงคู่นั้นตามที่ผมกล่าวมาแล้ว เพราะดูจะไม่เป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมมากนัก มีผู้อำนวยการ ทีวี ช่องหนึ่งถึงกับกล่าวว่า สังคมไทยเราวันนี้ค่อนข้างอ่อนแอที่ปล่อยให้สื่อเสนออะไรตามใจชอบ ไม่ต่อต้านหรือมีปฏิกิริยาว่าไม่พอใจสื่อ ที่นำเสนอข่าวแบบนั้น
ในส่วนของสื่อก็ควรจะมาทบทวนดูว่าที่เสนอข่าวไปแบบนั้นมันถูกต้องหรือเหมาะสมหรือไม่ ข่าวที่เสนอไปให้ประโยชน์อะไรกับสังคมโดยรวม มิเช่นนั้นสังคมนั่นแหละจะถูกสื่อชี้นำ ท้ายที่สุดก็จะเป็นสังคมที่ขาดคุณธรรมอันดีงาม ฉะนั้นจะต้องมาช่วยกันดูแลสื่อ ให้เสนอข่าวที่ชอบธรรมและเหมาะสม
ผมดูข่าวนี้แล้วก็เห็นด้วย แต่ใจหนึ่งก็กังวลว่าในทางปฏิบัติสังคมจะทำได้หรือ มีอะไรที่มารองรับให้สื่อเห็นชอบด้วย เพราะสื่อเมืองไทยเราวันนี้ไม่ใช่ว่าใคร(จะบังอาจ)มาชี้นำอะไรได้ เปรียบเสมือนว่า
ใครจะเอากระพวนไปผูกคอแมวนั่นแหละ 

ในดีมีเสีย ในเสียมีดี

posted on 18 Sep 2010 12:52 by centuryboy

สำหรับผู้ที่ใช้อินเตอร์เน็ตทุกคน ย่อมจะต้องมีบัญชี Electronic Mail หรือนิยมเรียกกันสั้นๆว่า อี-เมล เพราะอี-เมลนี้จำเป็นมากในการใช้สมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์ต่างๆ อี-เมล เปรียบเสมือนบ้านเลขที่ของเราบนโลกแห่งความเป็นจริง เพราะหากเราไม่มีบ้านเลขที่ ย่อมจะไม่สามารถติดต่อทำธุรกรรมต่างๆได้ อาทิ ขอใช้ไฟฟ้า น้ำประปา ขอติดตั้งโทรศัพท์พื้นฐานตามบ้าน ที่สำคัญที่สุดไม่สามารถจะขอทำบัตรประจำตัวประชาชนตามเขต/อำเภอได้ เราจะกลายเป็นคนเถื่อนไปโดยปริยาย และไม่สามารถจะเปิดบัญชีตามธนาคารได้เช่นกัน

บัญชี อี-เมล ก็มีความสำคัญในโลกไซเบอร์หรืออินเตอร์เน็ตเช่นกัน สำหรับบางคนอาจจะมีบัญชี อี-เมล มากกว่าหนึ่งบัญชีขึ้นไป ตามเหตุผลส่วนบุคคลเช่น บัญชีหนึ่งใช้รับ อี-เมล จากบุคคลทั่วไป อีกบัญชีหนึ่งสำหรับใช้งานธุรกิจหรืองานส่วนตัว ไม่ว่าจะเหตุผลอะไรก็ตามแต่ ทุกคนที่ใช้งานอินเตอร์เน็ตย่อมต้องมี อี-เมล อย่างน้อยหนึ่งบัญชี

เพราะการขอเปิดบัญชี อี-เมลในปัจจุบันนี้ง่ายมาก มีเว็บไซต์ระดับสากลดังๆเปิดให้ใช้ อีเมล ฟรีๆ เช่น www.hotmail.com ,www.gmail.com , www.yahoo.com และยังมีอีกมากมายนับเป็นสิบๆเว็บไซต์ที่เปิดให้ใช้ อี-เมล ฟรีๆ สำหรับในประเทศไทยก็มีเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง คือ www.sanook.com เปิดให้บริการ อี-เมล

ที่นี้เมื่อมีบัญชี อี-เมล แล้ว ท่านก็สามารถจะนำไปใช้ในการสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์ต่างๆได้ และในทำนองเดียวกันก็มีเจ้าของกิจการขายสินค้าหรือบริการ ถือโอกาสส่งแค็ตตาล็อกสินค้าหรือบริการส่งมายังท่าน นัยว่าเพื่อเป็นการโฆษณาหรือจะเรียกให้ไพเราะว่าประชาสัมพันธ์ก็ได้

ถามว่าเขารู้จักบัญชี อี-เมล ของท่านได้อย่างไร ไม่ยากครับเพราะปัจจุบันนี้มีผู้คิดค้นโปรแกรมเสาะแสวงหา อี-เมล จากที่ต่างๆในอินเตอร์เน็ต และยังทำเป็นธุรกิจหาเงินอีกด้วย เช่น ขายรายชื่อ อี-เมล เหมือนกับบัตรเครดิตขายรายชื่อผู้ถือบัตรไปให้บริษัทร้านค้าต่างๆ รับบริการส่ง อี-เมลโฆษณาสินค้าหรือบริการไปยังอี-เมลต่างๆที่เขามี ตรงนี้แหละเลยกลายเป็นชื่อเรียก อี-เมล ประเภทนี้ว่า "อีเมลขยะ" (Junk Mail)

บางคนไม่มีสินค้าหรือบริการจะเสนอขาย แต่ก็อยากจะส่ง อี-เมล ไปตามคนที่รู้จักหรือไม่รู้จัก เป็นอี-เมลที่มีเรื่องต่างๆหลากหลาย อาทิ เรื่องแปลกประหลาดมหัศจรรย์ต่างๆ ภาพลามก ภาพแปลกๆจากสถานที่แปลกๆในโลกนี้ เรื่องแบบแชร์ลูกโซ่ที่ให้ผู้รับส่งต่อๆไป ฯลฯ เป็นต้น

บรรดา อี-เมล ขยะประเภทนี้ สร้างความรำคาญใจให้กับผู้รับจำนวนมากในโลกอินเตอร์เน็ต ถึงกับบรรดาเจ้าของเว็บไซต์ต่างๆที่ให้บริการ อี-เมล ต้องคิดค้นโปรแกรมกรองอีเมลขยะเหล่านี้ให้กับเจ้าของ อี-เมล แต่ในความเป็นจริงก็ไม่ค่อยได้ผลมากนัก คำเตือนที่มักจะได้รับบ่อยๆจากผู้ให้บริการ อี-เมล คือ อย่าให้ อี-เมลของเรากับผู้ที่เราไม่รู้จักและคุ้นเคย แต่ก็ป้องกันไม่ได้มากนัก

อี-เมลขยะเหล่านี้ในวงการอินเตอร์เน็ตเรารู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งคือ Forward Mail หรือเรียกสั้นๆว่า FWD ผู้เขียนบทความนี้ได้รับเป็นประจำทุกวัน วันละไม่ต่ำกว่า 40-50 ฉบับ ผู้เขียนจะอ่านเสมอถ้ามีเวลาว่างพอ อ่านแล้วก็ลบทิ้งไป หลายเรื่องจำนวนมากก็เก็บเอาไว้เป็นข้อมูล มีรูปภาพสวยๆจำนวนมากก็เซฟไว้ในคลังภาพ เพื่อนำมาประกอบการเขียนบล็อกหรือเว็บไซต์ในโอกาสต่อไป

ฉะนั้นจึงใคร่ขอสรุปว่าบรรดา อีเมล ขยะพวกนี้ ใช่ว่าจะไม่ดีไปเสียทั้งหมด เพราะในเสียก็มีดี ในดีก็มีเสีย (คำพูดของ อาจารย์ทินวัฒน์ มฤคพิทักษ์ ปรมาจารย์สอนวิชาการพูดในที่สาธารณะคนแรกของเมืองไทย) อยู่ที่ว่าเราจะเลือกใช้อย่างไร เพื่ออะไรเท่านั้น